Login

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - payanak

หน้า: 1 ... 17 18 [19]
271
สวัสดีครับ ผม "ตั้ก" ครับ ขับอัลติสตัวปัจจุบันไปทำงานทุกวัน ตอนนี้ยังไม่มีฮาเลย์ฯขี่ ดูไปเรื่อย ไล่ตั้งแต่ ปอตเตอร์, ไดน่า, ซอร์ฟเทล, ทัวร์ริ่ง, วีอาเอสซี, วินเทส, คัสตอม
"ใจคนไม่แน่นอน มันยอกย้อนเหลือเกินนะใจ" บอกตามตรง เลือกยากจริงๆ ฮาร์เลย์คันเดียวจะให้ขี่ครอบจักรวาล คงเป็นไม่ได้แน่นอน
แต่ด้วยจำนวนเงินที่มากโขอยู่สำหรับคนฐานะอย่างผม ที่อยากมีฮาเลย์ขี่สักคัน การเลือกให้เหมาะกับการใช้งานที่คุ้มค่ากับราคาตัวรถ
มันไม่เหมือนกับการเลือกเสื้อผ้า ที่ ชุดนอน ชุดทำงาน ชุดเที่ยว ชุดเดียวกันได้ (กางเกงยีนส์ เสื้อยืดทับด้วยเสื้อแขนยาว) ไปโลด
"กินไม่ได้ แต่เท่ห์" แต่กับฮาเลย์คงไม่ใช่ ผมเกิดและโตที่กรุงเทพฯ สูง 187 หนัก 90 เพื่อหนีการจราจรที่ติดขัด จะไปขี่ปอตเตอร์ก็กระไรอยู่
เห็นเขาออกทิปกัน จะไปขี่ไดน่า ตีดบอบหรือแฟทบอบ ด้วยราคาตัวรถใหม่ ก็ใกล้เคียงกับซอร์ฟเทลใหม่ไม่มาก ถึงตรงนี้ขอถามว่า "ใครขี่ซอร์ฟเทลไปทำงาน
ที่กรุงเทพฯบ้างครับ" ช่วยเล่าประสบการณ์ให้หน่อยครับ ถ้าซื้อมาจอดรอออกทิปอย่างเดียว ดูมันสิ้นเปลืองอ่ะครับ "ใจไปแฟตบอยแระ" ทำไมผมไม่เชื่อใจตัวเองเล้ย..เอิ๊อก

272
พระบรมราโชวาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลเดชมหาราช

" คนดี "

ในบ้านเมืองนั้น  มีทั้งคนดีและคนไม่ดี
ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด
การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย
จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี
หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้คนดี  ได้ปกครองบ้านเมือง
และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้


273
"คลื่นลูกใหม่" คำนี้มีความหมายกับนักกีฬามาก
ใจไปแต่ร่างกายไม่ตอบสนอง สำหรับนักกีฬาแล้วเรียกว่า "คลื่นลูกเก่า" รอวันกระทบฝั่งแล้วก็หายไป
หัวใจของกีฬาก็คือ "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย" น้ำใจนักกีฬา

274
Dyna / Re: สุดท้ายก็ลงเอยด้วย Dyna Super glide 2012
« เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 11:17:42 AM »
อยากเห็นรถจัง!
แอบชอบ Dyna อยู่ครับ

275
Sportster / Re: เบาะ 883R
« เมื่อ: ตุลาคม 25, 2012, 09:29:41 AM »
ว้าววว..48 ใส่เบาะคู่ หล่อ คอต คอต

276
รอขายบ้านหลังเก่า ได้เงินเมื่อไรกะขี่ HD แน่ ชอบ Dyna Steet bob

อย่าว่าแต่ HD เลยครับ
ผมขี่จักรยานพับ Dahon Jetstream ขี่ออกกำลังกายตอนเย็นบ้าง ขี่ไปทำงานเป็นบางวัน

ก็มีคนถามนะ จักรยานคันนี้ราคาเท่าไร?
คำตอบของผมที่ตอบกลับไปก็แล้วแต่สถานการณ์ อารมณ์ ความรู้สึกตอนนั้น บางครั้งก็..
ห้าหมื่นห้าบ้าง (ราคาจริง)
ซื้อฟิโน่ได้คันนึงบ้าง

ได้ยินคนถามตอบกลับมาแบบพึมพำว่า..
ซื้อมอเตอร์ไชค์ขี่ดีกว่าบ้าง
จักรยานอะไรว่ะ คันละสี่ห้าหมื่นบ้าง
ซื้อรถปิ๊คอัพเก่ามาขี่ไม่ดีกว่าเหรอ

ผมนึกในใจ ตูขี่จักรยานเพราะตูเบื่อรถCRV ที่ตูขับประจำทุกวัน เบื่อว่ะ แฮ่ แฮ่




277
"ประเทศไทย" เป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์มากด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน, ป่าไม้, แร่ธาตุ ฯลฯ
แล้วรายได้ที่ประเทศหรือประชาชนได้รับน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ประเทศมีอยู่ แล้วสิ่งเหล่านั้นก็จะค่อยๆ หมดไป

จากรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง “ธรรมาภิบาลในระบบพลังงานของประเทศ” ของวุฒิสภาที่มี คุณรสนา โตสิตระกูล เป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาฯ

"ประเทศไทย" ผลิตน้ำมันเป็นอันดับที่ 33 ของโลกแล้ว ใกล้เคียงกับประเทศเอกวาดอร์ ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปก”
   
       การส่งออกพลังงาน (ทั้งน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป และคอนเดนเสท-ปิโตรเลียมเหลวที่ได้จากการเจาะก๊าซธรรมชาติ) ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงประมาณสิบปีมานี้ โดยที่ปี 2544 เป็นปีแรกที่เราเริ่มส่งออกน้ำมันดิบ และในอีก 3 ปีต่อมาเราก็เริ่มส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป สำหรับคอนเดนเสทนั้นมีการขนใส่เรือไปขายมาตั้งแต่เริ่มเจาะก๊าซในอ่าวไทยเมื่อ 20 กว่าปีมาแล้ว
       
       มูลค่าการส่งออกพลังงานในปี 2551 เท่ากับ 9,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยในขณะนั้นก็ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท (ตอนนั้น 33 บาทต่อดอลลาร์) ในขณะที่ประเทศเอกวาดอร์ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มโอเปก (กลุ่มที่มีสมาชิก 12 ประเทศ ซึ่งมีแหล่งน้ำมันดิบรวมกันเท่ากับ 79% ของโลก) มีการส่งออกพลังงานมากกว่าไทยเราเพียงนิดเดียวเท่านั้น
       
       ถ้าพูดถึงการผลิตก๊าซธรรมชาติที่เราถูกโฆษณาว่าจะ “โชติช่วงชัชวาล” ตั้งแต่สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เอกสารของวุฒิสภาชิ้นนี้ระบุว่า ประเทศไทยเราผลิตก๊าซธรรมชาติได้เป็นอันดับที่ 27 ของโลก มากกว่า 2 ประเทศของสมาชิกกลุ่มโอเปก คือ ลิเบีย (ซึ่งสหรัฐอเมริกาเข้าไปแทรกแซงในสงคราม
       
       กลางเหมือง) และคูเวต (ซึ่งสหรัฐอเมริกาหวงยิ่งนัก) เสียด้วยซ้ำ ถ้าเทียบกับมูลค่าการส่งออกข้าวหรือยางพารา (ในปี 2551) พบว่าเราส่งน้ำมันมากกว่าครับ
       
       ผมถามจริงๆ นะครับว่า มีท่านผู้อ่านสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้ทราบความจริงเรื่องนี้มาก่อน ถ้าอย่างนั้นคงเห็นด้วยกับผมนะครับว่าเราต้องร้อง โถใครจะเชื่อ …
       
       อย่างไรก็ตาม มูลค่าในการส่งออกพลังงานดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าเป็นพลังงานที่ผลิตได้ในประเทศไทยทั้งหมด เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนสักนิดครับ ผมขออธิบายโดยย่อดังนี้ (1) มูลค่าพลังงานที่ส่งออก 90% เป็นน้ำมันสำเร็จรูป อีก 10% เป็นน้ำมันดิบที่ขุดในประเทศไทย (2) น้ำมันสำเร็จรูปส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดิบจากการนำเข้า มีบางส่วนเป็นน้ำมันดิบที่ขุดในบ้านเราเอง
       
       อย่างไรก็ตาม ขอย้ำว่า ยอดการส่งออกพลังงานเป็นการนับรวมทั้งน้ำมันสำเร็จรูปที่ใช้น้ำมันดิบทั้งจากการนำเข้าและจากการขุดในประเทศ รวมทั้งการส่งออกน้ำมันดิบที่เจาะจากประเทศไทยด้วย
       
       ดังนั้น เมื่อพูดถึงมูลค่าการส่งออกสินค้าของประเทศ (ที่มีมูลค่าประมาณถึง 70% ของจีดีพี) แท้ที่จริงแล้วเป็นการส่งออกสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากนำเข้า มูลค่าการส่งออกจึงไม่ได้สะท้อนความมั่งคั่งของคนในประเทศ เราจึงอย่าไปหลงดีใจกับตัวเลขหลอกๆ รวมทั้งแนวคิดลวงโลกเรื่องจีดีพีหรือผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติด้วย
       
       ถ้าเราอยากจะทราบว่า ประเทศไทยเราผลิตน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ (ที่ใช้ผลิตไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม และใช้ในอุตสาหกรรมรวมทั้งรถยนต์) ว่ามีมูลค่าปีละเท่าใด ก็ต้องสืบค้น แต่เนื่องจากผมไม่ทราบข้อมูลจึงขอคิดย้อนกลับจากข้อมูลในตารางที่ 6.1-6 ของกระทรวงพลังงาน เรื่องรายได้ของรัฐบาลจากค่าภาคหลวง
       
       พบว่าในปี 2553 รัฐบาลได้ค่าภาคหลวงจากกิจการปิโตรเลียมจำนวน 44,713 ล้านบาท ซึ่งค่าภาคหลวงหรือค่าสัมปทานนี้มีอัตราประมาณ 12.5% ของมูลค่าปิโตรเลียมที่ผลิตได้ทั้งหมด ดังนั้นเราสามารถคำนวณได้ว่า มูลค่าปิโตรเลียมที่ผลิตได้จากเขตประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 3.13 แสนล้านบาท
       
       สิ่งที่เราสนใจก็คือ ผลผลิตปิโตรเลียมที่สะสมมานับล้านปีจากบรรพชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าจนมาถึงคนรุ่นเราที่มีมูลค่า 3.13 แสนล้านนั้น ถ้าแหล่งปิโตรเลียมนี้ตั้งอยู่ในประเทศอื่นๆ คนในประเทศนั้นควรจะได้รับส่วนแบ่งไปเท่าใด มากหรือน้อยกว่าที่ประเทศไทยเราได้รับคือ 12.5% หรือไม่ นี่คือคำถามที่บทความนี้จะต้องตอบครับ
       
       รายงานของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาชิ้นเดิมระบุว่า ประเทศโบลิเวีย รัฐได้รับจากค่าภาคหลวงสูงถึง 82% ของยอดการผลิตก๊าซธรรมชาติ ประเทศในภูมิภาคเดียวกันอย่างอินโดนีเซีย ก็ได้รับส่วนแบ่งผลประโยชน์จากน้ำมันดิบที่ 85% และก๊าซธรรมชาติที่ 70%
       
       จากการศึกษาค้นคว้าของผมเอง พบสหรัฐอเมริกาได้ค่าภาคหลวงอยู่ในอันดับที่ 93 จากทั้งหมด 104 ระบบ โดยได้รับในช่วง 12.5 ถึง 16.6% (มากกว่าไทย) และต่อมาได้ปรับเพิ่มเป็น 18.75% ซึ่งเขายังถือว่าต่ำเกินไป (ข้อมูลจาก United States Government Accountability Office หรือ GAO)
       
       ที่น่าสนใจคือการคิดค่าภาคหลวงน้ำมันดิบของเมือง Alberta ประเทศแคนาดา โดยคิดอัตราค่าภาคหลวงตามราคาน้ำมันดิบ โดยที่เพดานได้กระโดดไปจาก 30% ไปอยู่ที่ 40% เมื่อราคาน้ำมันดิบเกิน $70 ต่อบาร์เรล
       
       โดยสรุป ค่าภาคหลวงปิโตรเลียมของประเทศไทยน่าจะอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราต่ำที่สุดในโลก ถ้าเราใช้อัตรา ที่ 30% รัฐบาลก็จะได้ค่าภาคหลวงประมาณ 107,300 ล้านบาท ไม่ใช่ 44,713 ล้านบาทอย่างที่เป็นอยู่
       
       โถใครจะเชื่อ…ในชื่อบทความนี้ถือว่าเป็นข่าวดีของประเทศ แต่เมื่อสาวลึกถึงผลประโยชน์ที่คนไทยได้รับค่าภาคหลวงที่ต่ำที่สุดก็ถือเป็นเรื่องร้าย เรื่องเศร้าที่ไม่น่าเชื่อ มันชุ่ยและแสนทรามถึงเพียงนี้เชียวหรือ? มิน่าละ บริษัทยูโนแคล ที่ขุดเจาะก๊าซในหลายประเทศทั่วโลก แต่เกินกว่าครึ่งของกำไรของบริษัทแม่ มาจากประเทศไทยประเทศเดียวครับ!

เจ็บไหมครับ.. ของเราแท้ๆ กลับไปสร้างความมั่งคั่งให้กับประเทศอี่น "ยูโนแคล" เป็นบริษัทน้ำมันของประเทศไหนทราบไหมครับ
ประเทศที่เป็นตำนานของมอเตอร์ไซค์ HD นั่นเอง.. สู้ต่อไปนะ..ทาเคชิ

278
Dyna / Re: สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 08:18:50 PM »
ขอบคุณครับ
- ใจรักอะไรก็จัดเลยครับพี่ รถเราเอง...ใจรักซะอย่าง ยังไงก็ต้องขี่มันได้ครับ

"ปลูกเรือนผิด คิดจนเรือนทลาย"
"มีเมียผิด คิดจนเมีย.."

ตอนนี้ดูกระทู้ทุกวัน ทั้ง ปอตเตอร์, ไดน่า, เลยไปซอพเทลแระ
ลึกๆ แล้วใจผมชอบ ไดน่า สตีทบ๊อบมากที่สุด
เหตุผล คือ คันเดียวขี่ได้ในชีวิตประจำวันและท่องเที่ยวได้
แต่ก็แปลกนะ รถดีๆ ทำไมไม่ค่อยนำเข้ามาขายกันมากๆ เหมือน 48 จะได้เลือกให้จุใจ
ถามครับ? ไดน่า สตีทบ๊อบ มีอยู่ในตลาด หรือเปิดให้จองที่ไหนบ้าง กี่คัน
แฮ่ แฮ่ อยากเป็นสมาชิกคลับไดน่ามากที่สุด

279
Dyna / Re: สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 16, 2012, 09:05:51 AM »
ขอบคุณความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ
     อืม..เขวอีกแล้วซิเรา
- Dyna ขี่เก่งๆมุดกทม  ก็ไม่แพ้ fino คร้าบ
- ถ้าจะเอาภรรยาซ้อนไปทำงานไม่แนะนำ48เด็ดขาดครับ 
  คนซ้อนนั่งไม่สบายที่สุดครับยิ่งต้องมามุดรถติดเมียได้สั่งขายรถทิ้งแน่นอนครับ

- ผมแนะนำstreet bobแล้วใส่พนักพิงหลังคนซ้อนด้วยภรรยาจะได้นั่งสบายและกันตกจากรถได้ครับ
  ส่วนการมุดรถติดไม่แพ้48แน่นอนครับ
 
เฮ้อ..ตัดสินใจยากจริงจริง!
เซียน ตีทบ็อบ ชี้เป้าแหล่งซื้อที่ไว้ใจด้วยครับ ท่าทางจะหายาก! ไม่ค่อยเห็นร้านนำมาโชว์ ไม่เหมือน 48 เยอะนะชั่วโมงนี้

280
Dyna / Re: สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 14, 2012, 08:10:38 AM »
ขอบคุณความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ
   ใจผมตอนนี้    - HD Sportster 48         80%
                     - HD Dyna Steet Bob    20%
   ชอบทั้งสองรุ่นครับ แต่เลือกให้เหมาะกับการใช้งานในเมืองหลวงเป็นหลักก่อน

กระซิบถามนิดนะ payanak_p@hotmail.com
 ออกรถร้านอะไรดีครับ
ก. Power
ข. Underground Motersport
ค. T-cycle
ง. Max-rider
จ. แนะนำร้าน.....

281
Dyna / Re: สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2012, 09:27:26 PM »
ขอบคุณครับความคิดเห็นเพิ่มเติมครับ
  อืมมม...ถ้างั้น ต้องเลือก
โจทย์ : ขี่ไปทำงานกับภรรยาฝ่าการจราจรที่แสนจะคับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วนของเมืองหลวงเป็นหลัก?
ก. ผมเคยใช้ทั้งสองตัว สรีทบ๊อบก็สดวก แต่หนักกว่า 48 เวลาแซกรถ แล้วต้องมีใช้ขาเข็นช่วยมีเหนื่อยครับ สี่แปดพริ้วกว่าเบากว่ามากขี่เหมือนรถจ่ายตลาด ไม่เหนื่อยเท่าไร
ข. ถ้าจะเอาภรรยาซ้อนไปทำงานไม่แนะนำ48เด็ดขาดครับ  คนซ้อนนั่งไม่สบายที่สุดครับยิ่งต้องมามุดรถติดเมียได้สั่งขายรถทิ้งแน่นอนครับ
ผมแนะนำstreet bobแล้วใส่พนักพิงหลังคนซ้อนด้วยภรรยาจะได้นั่งสบายและกันตกจากรถได้ครับ  ส่วนการมุดรถติดไม่แพ้48แน่นอนครับ
มันอยู่ที่ทักษะการขี่ครับ  ซื้อ48มาให้แฟนซ้อนไม่จบแน่นอนครับ  ยกเว้นว่าชอบจริงๆแล้วนานๆแฟนซ้อนที48ก็ได้ครับ   

เจอคำตอบ 2 ข้อนี้ ผมก็กลับมาอยู่ในวังวนเดิม "รักพี่เสียดายน้อง" ที่ผมกลัวก็คือขายันตอนแทรกรถติดครับ แบบว่าเน้นในเมืองหลวง ถ้ารถติดแล้วเราขี่ต่อไม่ได้ ขับรถยนต์ดีกว่าครับ
Steet Bob กับการขี่ในช่วงที่การจราจรคับคั่งในเมืองใหญ่ ขอความคิดเห็นหน่อยครับ เป็นทางเลือกครับ

282
Dyna / Re: สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 13, 2012, 08:23:55 AM »
ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ
คุณ naraboodee คร่อมดูหล่อทั้งสองคันเลยครับ
อืมมมม..ตัดสินใจค่อนข้างยาก รักพี่เสียดายน้อง
โจทย์ผมคือ ขี่ไปทำงานกับภรรยาฝ่าการจราจรที่แสนจะคับคั่งในชั่วโมงเร่งด่วนของเมืองหลวงเป็นหลัก
คำตอบที่ได้คือ Forty Eight 48
ผมไม่ได้ตามกระแส48 ถ้าผมอยู่ตามเมืองใหญ่อื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ Steet Bob แน่นอน ใกล้ไกลไปได้สบายๆ
อย่างที่หลายท่านบอก "ฮาเลย์ดีทุกรุ่น" เลือกใช้งานให้ถูกจุดประสงค์

484848484848484848484848484848

รถคันแรกทำพิษ! กทม.ติดหนัก-เผยถนนรองรับได้แค่ 1.2 ล้านคัน


เผย คนแห่ซื้อรถเพียบ เดือนมกราคม-กันยายน 55 รวมกว่า 7.5 แสนคัน ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมรวมกว่า 7 ล้านคัน แต่ความยาวถนน กทม. รับรถได้เพียง 1.2 ล้านคัน ส่งผลให้การจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัดมากขึ้น


            (5 ตุลาคม) มีรายงานว่า แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สถิติจำนวนรถที่จดทะเบียนสะสม เฉพาะกรุงเทพฯ ณ วันที่ 31 สิงหาคม มียอดรวมทั้งสิ้น 7,251,999 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน มีปริมาณ 2,805,704 คัน รถจักรยานยนต์ 2,774,473 คัน รถยนต์นั่งบรรทุกส่วนบุคคล (ปิกอัพ) 1,063,581 คัน  รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน จำนวน 205,616 คัน


           ขณะที่ความยาวถนนในกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีความยาวประมาณ 5,400-5,500 กิโลเมตร เท่ากับว่า รองรับปริมาณรถได้ประมาณ 1.2 ล้านคัน และหากเทียบกับปริมาณรถสะสมกว่า 7,251,999 คัน เท่ากับว่า ต้องมีความยาวถนนกว่า 32,000 กิโลเมตร จึงจะเพียงพอกับปริมาณรถทั้งหมด หรือต้องสร้างถนนในกรุงเทพฯ เพิ่มถึง 27,000 กิโลเมตร


           โดยแหล่งข่าว ยังกล่าวอีกว่า สถิติที่คำนวณ เป็นการคำนวณจากขนาดรถที่มีความยาวเฉลี่ย 4.5 เมตร แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงยอดรถสะสมทั้งหมดไม่ได้วิ่งในท้องถนนพร้อม ๆ กัน ซึ่งแต่ละพื้นที่ แต่ละเวลาความหนาแน่นรถไม่เท่ากัน และบางคนก็จดทะเบียนทิ้งไว้เฉย ๆ บางคนก็มีรถหลายคัน เพราะฉะนั้นข้อมูลไม่ได้สะท้อนปริมาณรถที่ใช้จริงในท้องถนนทั้งหมด เป็นแค่บางส่วนเท่านั้น


           ส่วนปริมาณรถยนต์ที่จดทะเบียนใหม่เฉพาะเดือน มกราคม-กันยายน 2555 มีปริมาณทั้งสิ้น 759,895 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ 347,327 คัน รองลงมารถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน 301,462 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถความจุกระบอกสูบ 1,301-1,600 ซีซี จำนวน 105,079 คัน โดยยี่ห้อที่มีปริมาณจดทะเบียนป้ายแดงมากที่สุดในความจุกระสอบสูบดังกล่าว คือ โตโยต้า 49,325 คัน รองลงมา ฮอนด้า 25,890 คัน และมาสด้า 14,741 คัน


           ด้าน นายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวบีบีซีรายงานข่าวว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่รถติดที่สุดในโลกนั้น ไม่เป็นความจริง และเป็นการสำรวจจากความเห็นของคนอ่าน หรือฟังบีบีซีเท่านั้น จึงไม่สามารถถือเป็นการสำรวจจากความเป็นจริงได้ และนับเป็นการทำลายชื่อเสียงของประเทศไทยโดยไม่มีพื้นฐานความจริง


           ทั้งนี้ ในประเทศสหรัฐอเมริกา นครที่มีการจราจรเลวร้ายที่สุดจากการจัดอันดับของ Weather.com ได้แก่ ฮอนโนลูลู รองลงมาคือ ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก บริดจ์พอร์ต (มลรัฐคอนเนตทิคัต) ส่วนออสตินที่บีบีซีรายงานนั้น อยู่แค่อันดับ 8 เท่านั้น การที่บีบีซีไปถามจากคนฟัง หรือคนชมรายการของบีบีซี ซึ่งมีอยู่ไม่มาก จึงไม่น่าเชื่อถือ และคนส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา คงไม่ได้ฟังบีบีซี ส่วนประเทศเพื่อนบ้านของไทย กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นนครที่มีสภาพรถติดมากที่สุด และเป็นที่ทราบกันทั่วไป


283
Dyna / สอบถามผู้รู้ HD Dyna Steet Bob VS Forty Eight (48)
« เมื่อ: ตุลาคม 12, 2012, 03:40:57 PM »
สวัสดีครับ
     "ตั้ก" สูง 186 หนัก 85 อายุใกล้เลข 5 นำหน้า น้องใหม่ฝากตัวด้วยครับ  สนใจ HD ขอสอบถามข้อมูลเพื่อไขข้อข้องใจ ระหว่าง HD Dyna Steet Bob 2010 VS Forty Eight 48 2012
1. ใช้ขี่ไปทำงานกับภรรยาฝ่าการจราจรในกรุงเทพฯ ทุกวัน เป็นหลัก วันละประมาณ 60-80 กม. เพราะใช้รถยนต์การจราจรติดมาก ปกติเช้า-เย็น ใช้เวลาขาละ 1 1/2 ชม. ในยามปกติคือ ฝนไม่ตกและรถไม่เกิดอุบัติเหตุบนถนน อยู่ในรถยนต์วันละประมาณ 3 ชม. รู้สึกเบื่อ
2. ใช้ขี่เป็นส่วนตัวบ้างในวันหยุด ที่ไปบ่อยก็แถวเขื่อนลำพระเพลิง ปักธงชัย นครราชสีมา แฮ่ แฮ่ บ้านแม่ยายอ่ะครับ ทำสวนเล็กๆ เป็นงานอดิเรก
3. ในความคิดของผมนะ 48 เป็นรถที่ออกแบบมาสำหรับคนที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ออกแนวจิ๊กโก๋ด้วยน่านั่งกวนๆ  เหมาะกับการใช้งานในกรุงเทพฯ คล่องด้วยน้ำหนักตัวที่น้อย ประมาณ 250 กก. ปั๊มน้ำมัีนเพียบ แต่ออกต่างจังหวัดเหนื่อยนิดนึง และต้องแวะเติมน้ำมันบ่อย ผมชอบนะ 48
4. พอเข้ามาดูบอร์ด Dyna เห็นมีบางท่านบอก Dyna Steet Bob เป็นรถที่ใช้งานคล่องทั้งในเมืองและนอกเมือง จิ๊กโก๋เรียกพี่ อยากทราบผู้ใช้งานตัวนี้ว่า ในเมืองคล่องตัวจริงหรือไม่ ขี่ไปทำงานฝ่าการจราจรในกรุงเทพฯ ได้จริงหรือไม่ครับ ผมชอบ Steet Bob มากกว่า 48 ดูเป็นผู้ใหญ่ดีครับ ท่านใดใช้ Steet Bob ขี่ไปทำงานในเมืองบางกอกบ้างครับ
   

284
เบนซิน ๙๕ เลิกขาย
เบนซิน ๙๑ เลิกขาย
เบนซินแก๊ลโซฮอล์ ๙๕ ไม่เหมาะกับเครื่องฮาเลย์จริงหรือ!
ฮาเลย์เสปกอินเตอร์ สร้างเพื่อให้เหมาะสมกับกฏหมายประเทศอะไรบ้าง!

แฮ่ แฮ่ ยังไม่มีฮาเลย์ แค่ผ่านมาหาข้อมูลอ่ะครับ แอบชอบ 48 มากมาย



หน้า: 1 ... 17 18 [19]
Powered by SMF 2.0.10 | SMF © 2006–2009, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF || ©2005-2015 HD-Playground. All rights reserved. By Cycle Culture Ltd.Part. T: 02-320-0033