This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
Messages - PiratesRoad MC.
หน้า: [1]
1
« เมื่อ: กันยายน 26, 2009, 11:19:48 PM »
ขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวด้วยคนครับพี่น้อง
หากจะลองสังเกตุและย้อนกลับไปดูในอดีตโดยเฉพาะพี่ๆที่ขับกันมาเกิน 20 ปีนะครับ ในสมัยนั้นพอมีใครออกรถใหม่ซักคันรู้กันทั้งจังหวัดเพราะทั้งประเทศมีอยู่ไม่กี่คนที่เล่นหรือขับขี่โดยเฉพาะ HD เนี่ยนะครับเท่าที่ทราบและฟังๆมา เมื่อก่อนนั้นรักกันมากเลย ที่มาของงาน BikeWeek ต่างๆก็จัดขึ้นเพื่อหาโอกาสพบปะสังสรรค์และก็ขับขี่ไปหาเพื่อนที่อยู่ไกลกันนั่นแหละครับ การดำเนินการนำเข้า-ซื้อขาย-เสียภาษี-ทำทะเบียน ก็อาจจะใช้เส้นสายหรือความสัมพันธ์อันดีต่อผู้ดำเนินการหรือหน่วยงานนั้นๆได้ ดูแล้วรู้สึกอบอุ่นและน่ารักดี แต่ทุกวันนี้สังคมของเรามีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในอัตราขยายที่เกินกว่าจะวัดได้ ซึ่งอัตราขยายนี้ก็รวมไปถึงผู้ประกอบการและจำนวนรถที่ถูกนำเข้ามาด้วยครับ ในกรณีที่กล่าวมาก็แน่นอนว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือแผนกที่ดูแลโดยตรงนั้นคงยังไม่มีละครับ และโดยส่วนตัวผมเชื่อว่ารัฐบาลอาจยังไม่มองปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะมีเรื่องสำคัญอีกเยอะให้ปวดหัว ผมขออนุญาติแสดงความเห็นเป็นข้อๆดังนี้ครับ
1.ทำไมการเสียภาษีรถเก่าที่ประกอบขึ้นใหม่จึงยุ่งยากนักนะ
ขอท้าวความกลับไปในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองครับ อย่างที่ทราบกันดีว่าญี่ปุ่นแพ้สงครามในครั้งนั้น เมื่อเคลียร์กับพันธมิตรเรี่ยบร้อยเรื่องสถานะภาพในเวทีการเมืองโลก รัฐบาลญี่ปุ่นก็ทำงานกันอย่างหนักเพื่อหามาตรการกระตุ้นเศษฐกิจภายในประเทศให้รุ่งเรืองอู้ฟู้ให้ได้ (ซึ่งก็เห็นกันดีในปัจจุบันว่าเค้าทำได้เจ๋งแค่ไหน อิจฉาเนอะ)หนึ่งในมาตรการนั้นคือการเก็บภาษีมรดก และการครอบครองสมบัติในอัตราสูง ซึ่งก็กลายๆว่าเก็บของเก่าด้วยนั่นแหละเพื่อเป็นการกระตุ้นกำลังการซื้อของใหม่อยู่เรื่อยๆ จึงรวมไปถึงรถด้วย
พวกเราเลยรับผลพลอยได้ไปเลย ญี่ปุ่นขับ 4-5 ปีขายทิ้ง ถอดเป็นอะไหล่ให้พวกมีปัญญาจ่ายภาษี เพราะคำนวณแล้วซื้อรถใหม่คุ้มกว่า ลืมบอกไปเค้ามีภาษีที่จอดรถด้วยนะ คือถ้าใครไม่มีหลักฐานว่ามีที่จอดรถก็ซื้อรถไม่ได้ เรียกว่าใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วบนเกาะเล็กๆให้คุ้มค่าที่สุด เป็นที่มาว่ารถเก่าที่บ้านเค้าเลยแพงใครมีไว้ในครอบครองคือเท่ห์ระเบิด รถเก่าพวกนั้น(สำหรับพวกเราแล้วมันยังเจ๋งอยู่เลยว่ามะ) ก็เลยกระเด็นมาอยู่บ้านเราเป็นส่วนใหญ่ ทางญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญและรักกันมากของประเทศเรา(แต่เราขาดดุลตลอด)ก็เลยกระแอมเบาๆในลำคอ ทำเสียงหล่อแล้วพูดว่า "อาริงาโต.....ทำแบบนี้รถหม่าายยยของพวกกระผ้มก็ยอดขายตกนะสิ ไฮ้ "
ถ้ามีใครนำเอาพระเครื่ององค์ละสามล้าน กับองค์ละสามร้อย ใส่ในกรอบทองเหมือนกัน ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่มีปัญญาแยกแยะได้ เช่นเดียวกับหน่วยงานที่รับผิดชอบครับ คือเขาอาจจะไม่ได้มีใจรักในสิ่งเดียวกับเรา อันนี้จะไปตำหนิเขาทั้งหมดก็คงไม่ได้ นั้นแหละจึงเป็นที่มาของการประเมินราคาแบบพาให้งง ด้วยแรงกดดันจากคู่ค้าขาใหญ่ที่อยากให้เราซื้อแต่ของใหม่ในสายการผลิตและโฆษณาของเค้า(สงสัยต้องเปลี่ยนไปขับแฟนท้อม)และความไม่เข้าใจในคุณค่าและราคาสินค้านั้นๆ จึงเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นที่สำคัญคือกรณีที่ผมกล่าวมาข้างต้นคือรถแบบพวกเรามีมากขึ้นทุกวัน ผมคงไม่ต้องอธิบายต่อว่ามันสำคัญอย่างไรในเรื่องปริมาณ
2.ทำไมจึงจดทะเบียนยากนัก
ให้กลับไปอ่านข้อหนึ่งใหม่ (อ้าว...) ครับ...อาจจะโดนเหมือนกันครับ ขาใหญ่กดดันอีกแล้วแต่คราวนี้เป็นฝั่งยุโรป คือทางยุโรปเค้าพัฒนาไปไกลมากครับ ทุกวันนี้เค้าคิดไปจนถึงว่าจะทำอย่างไรให้โลกสวยงามน่าอยู่ไปนานๆ จึงออกมาตรการควบคุมมลภาวะให้สิ่งแวดล้อมโลก ประมาณว่าถ้าประเทศไหนไม่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม(โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาซึ่งพี่ๆเค้าใจดีกระจายรายได้ด้วยการยกโรงงานอุตสาหกรรมมาไว้ให้เพื่อผลิตสินค้ากลับไปให้พี่ๆเค้าแล้วทิ้งของเสียจากการผลิตไว้ให้ดูต่างหน้าเวลาคิดถึง) ประเทศเหล่านั้นถ้าไม่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมก็จะไม่คบค้าสมาคมด้วย ตัวอย่างเห็นได้ชัดครับเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ในบ้านเรามีนากุ้งที่ไม่ผ่านมาตรฐาน ISO 18000 ของพี่ๆเค้า พี่เค้าบอกว่า "ถ้ายูม่ายจาดการให้เรียบร้อย ไอก็จะม่ายยยซื้อกุ้งจากยูนะจ๊ะ" ซวยแล้วประเทศไทยมีรายได้จากการส่งออกกุ้งในแต่ละปีไม่ใช้น้อยๆ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งบอก ISO อะไรไม่รู้จักมีตั้งหมื่นกว่าข้อเลยหรือวะเกิดจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยได้ยิน จะกินกุ้งอ๊ะป่าวไม่กินก็ไม่ต้องกิน รัฐบาลไทยไม่รู้จะแก้ปัญหายังไงเลยต้องยอมลดราคาส่งออกกุ้งสดแช่แข็งให้พี่ๆเค้า พี่ๆเค้าบอก "ไอเข้าจายยยแล้วว่ายูแก้ปานนนหาลำบาก เอาเป็นว่า ลดราคามาก็ซื้อไว้ก็ด้ายยยย เดี๋ยวของบูด เสียดาย" งงงงงงงง?
?? เช่นเดียวกับสินค้าแสนรักของพวกเราครับ พี่ๆบอกเครื่องเก่าคุณภาพเสื่อมไอเสียเยอะ ต้องเครื่องใหม่ ถ้าจะใช้เครื่องเก่าต้องผ่านมาตรฐานของพี่ๆเค้า ไม่งั้นไม่ให้ประชาชนชาวยุโรปมาเที่ยวบ้านยู ซวยอีกแล้วอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกำลังเป็นรายได้หลักอันดับต้นๆที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจอยู่ซะด้วย พี่ๆส่งเครื่องมาแล้วบอกว่าต้องผ่านเครื่องนี้ก่อน คือพี่ๆเทียบกับเครื่องใหม่ของพี่เค้าเรียบร้อยแล้ว เอาไงล่ะทีนี้ศึกนอกก็ยิ่งใหญ่ ข้างในก็พวกเดียวกันทำใจลำบากจริงๆ
โอยยยยย เดี๋ยวยาวกว่านี้ เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ขอย้ำว่านี่คือความคิดเห็นจากการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยส่วนตัวเท่านั้น ทิ้งท้ายไว้ว่าประเทศไทยมีประชาธิปไตยมาก็ 77 ปีแล้ว ยังหาความลงตัวไม่ได้เลย เรื่องใหญ่ของพวกเราก็อาจยังเป็นเรื่องเล็กของผู้ที่ไม่ใส่ใจอยู่ดี
สู้ต่อไปครับพี่น้อง ยิ่งเขียนยิ่งรักชาวสองล้อขึ้นทุกทีนะเนี่ย
หากข้อความข้างต้นทั้งหมดหรือมีส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ถูกต้องหรือพาทพิงถึงองค์กรหรือบุคคลหรือสร้างความหมองใจต่อผู้หนึ่งผู้ใดกระผมขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับและยินดีรับคำคิดเห็นติชมด้วยความเคารพยิ่ง
อุ BikerBong
เขียนดีคับน่าคิดตาม
2
« เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 11:20:29 PM »
ถ้าเคลียร์ได้จริงๆ ก็คงดี thumbsup แต่คนที่เสียไปแล้วคงเสียความรู้ลึกเยอะเลย
แต่ผมคิดว่าคงยาก ไม่รุน่ะรัฐคงกลัวเสียรายได้มหาศาล number1 surrender
ขอเรียกหลักเกณฑ์ประเมิน ห่วยแตก thumbsdown surrender
ความคิดเห็นส่วนตัวนะคับ
เห็นด้วยคับผมมม thumbsup
3
« เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 09:36:44 PM »
ตามข้อ 1 ราคาประเมินทางสรรพสามิตเป็นคนประเมินคับ ผมซื้อรถมา 5 หมื่น(มีใบเสร็จด้วย) แต่สรรพสามิตประเมิน 5 แสนทำงัยดีคับ 
มีเสลออกมาใช้เหมือนกันทั่วประเทศ number1 
ตอบในส่วนตัวผมเองนะคับ
ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางผู้ใหญ่เค้าคงกำลังเคลียร์กันอยู่คับ
4
« เมื่อ: กันยายน 25, 2009, 06:13:35 PM »
ผมตัวแทนของสมาคมมอไซค์จังหวัดเชียงใหม่ (CBA.) มีสารมาแจ้งให้ทราบคับ
เรื่อง ผู้รับเรื่อง รองอธบดีกรมสรรพกร ธีระชาติ คงศิริวรกูล
ได้รับการประสานงานจาก สมาคมจักรยานยนต์สยาม อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.ย. นี้ เพื่อขอขยายเวลากำหนดการเสียภาษีจากวันที่ 25 ก.ย. เลื่อนไปในวาระระยะเวลาที่ 1 ถึงวันที่ 15 ต.ค. ศกนี้
หลังจากวันที่ 1 ต.ค. อธิบดีกรมสรรพสามิตรคนใหม่ จะเข้าทำงานอย่างเป็นทางการ จึงจะมีการประกาศขยายเวลาวาระ 2 จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2552 ในนามสมาคมรถจักรยานยนต์สยามจึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกันเพื่อให้ ชาวMC. ในจังหวัดเชียงใหม่และทั่วประเทศไทย ได้รับทราบข่าวดีโดยทั่วกัน
อนึ่งผู้ครอบครองรถMC.ทุกท่าน ที่ยังไม่ได้เสียภาษีให้รับการไปเสียภาษี ในพื้นที่ของท่าน
โดยมีหลักการ2ประการดังนี้
1. ประเมินราคาซื้อรถมอไซด์ด้วยราคาจริงที่มีใบเสร็จ
2. การเสียภาษีต้องเพียงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพื่อเป็นการ รักษาสิทธิและประโยชน์ ของเราโดยพร้อมเพียงกัน
ประกาศโดยสมาคมรถจักรยานยนต์สยาม และ สมาคมมอเตอร์ไซค์จังหวัดเชียงใหม่ (CBA.)
ประสาร นิกาจิ๊ (บังจูมิน) ปรัชญา ศรีธัญรัตน์ (น้าแตงโม)
(นายกสมาคมจักรยานยนต์สยาม) (อุปนายกสมาจักยานยนต์สยาม)
กันต์กนิษธ์ ชัยชาญคณิศ (บ๊อบบี้)
(นายกสมาคมมอเตอร์ไซค์จังหวัดเชียงใหม่)
ผู้รับเรื่องและประสาน ของ จังหวัดเชียงใหม่
5
« เมื่อ: กันยายน 24, 2009, 04:24:29 PM »
ขอขอบคุนคุน cops มากคับ ที่แนะนำความรู้ให้
ผมจะนำข้อมูลนี้ไปศึกษาเพิ่มต่อคับ
แต่อย่างกรณีที่เชียงใหม่ ไม่มีการชี้จับ(ไม่มีตำรวจมาเลย) และคนที่จะยึดรถไปก็ไม่ได้แต่งตัวในเครื่องแบบหรือบอกได้ว่าเป็น จนท.สรรพสามิตจิง
และจะบังคับยกรถไปเลย ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกันแบบนี้ซะส่วนใหญ่
ส่วนกรณีโกดัง.. ผมเข้าใจคับ แต่ที่ผมอยากถามคือกรณีที่เราไม่ได้ซื้อจากโกดังคับ ซื้อจากตามหน้าร้านทั่วๆไป ที่ร้านเค้าซื้อมาจากโกดังอีกต่อหนึ่งอ่ะคับ
แบบนี้เค้าต้องไปเน้นหนักที่ร้านขาย ผมเข้าใจถูกมั้ยคับว่าที่ผ่านมาเค้าปล่อยผ่านมาได้อย่างไร ถึงจะมาไล่ถึงพวกเราผู้บริโภคคนสุดท้ายอีกทีนึง
(เหมือนเค้าไล่จากปลายเหตุอ่ะคับ)
ขอบคุนมากคับ ปืน
6
« เมื่อ: กันยายน 24, 2009, 03:39:22 PM »
เรื่องราคาประเมินนะคับ ยกตัวอย่าง
อย่างราคาประเมิน Honda Steed ตีราคาประเมินเท่ากับ sporter ซึ่งมันไม่ถูกต้องคับ ฯลฯ
ก่อนอื่นผมต้องขอบอกก่อนนะคับว่าเรื่องนี้แยกออกไปเป็นกรณีนะคับ เป็นข้อคิดลองคิดดู
การที่จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตเนี่ย ต้องให้ผู้ประกอบรถเป็นผู้เสียภาษีสรรพสามิตร ดังนั้นกรณีที่เราสั่งอะไหร่มาประกอบเอง หรือไปซื้อจากโกดังประกอบ อันนี้คนละกรณีนะคับ
ที่ผมพูดหมายถึง การที่เราไปซื้อจากร้านที่ขายเป็นหน้าร้าน หรือร้านทั่วๆไป ซึ่งเราอยู่ในฐานะผู้บริโภค ดังนั้นที่สรรสามิตมาไล่บี้จับที่พวกเรามันไม่ถูกต้องทั้งหมด
ทำไมถึงไม่ไปไล่บี้ที่ต้นตอ... ซึ่งทั้งๆที่เค้ารู้กันอยู่ว่าต้นตอมาจากตรงไหน ดังนั้นกลับมาที่เราในฐานะผู้บริโภค นะคับ
กรณีรถจอดอยู่ที่บ้าน การที่จะมายึดรถ ก็คือการขออายัดรถไปตรวจสอบ ซึ่งต้องมาหมายค้นมาเท่านั้นถึงจะสามารถขออายัดได้ ซึ่ง1หมาย ต่อหนึ่งบ้านนะคับ
กรณีรถจอดอยู่ข้างทาง (ไม่ได้เจอด่านนะคับ) ถ้าทางสรรพสามิตมาขออายัดรถไปตรวจสอบก็ต้องขึ้นอยู่กับความยินยอมของเจ้าของ อยู่ดีๆจะมาบังคับกันไม่ได้ต้องคุยกันอีกทีคับ
อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวผมเองนะคับ (ไม่เกี่ยวกับใครทั้งสิ้น)...
ทั้งนี้ทางสรรพสามิตต้องใส่เครื่องแบบมานะคับ ถ้านอกเครื่องแบบนี่อย่างผม ผมถือว่าผมไม่รู้ว่าเป็นใคร อาจจะเป็นคนอื่นมั่วมาก็ได้
จากกรณีที่อย่างจังหวัดเชียงใหม่เจอคือ ไปกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ออกมาเจอยกรถ รถหายไปแล้วนี่ถือเป็นการลักทรัพท์ถูกมะคับ
หรือ รถจอดอยู่บ้าน อยู่ดีๆไม่มีเอกสารหรือหมายมาซักอย่าง อยู่ดีๆเดินเข้ามากัน บังคับยกรถไปตรวจสอบ แบบนี้ทำไม่ถูก
ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ อยากให้พี่น้อง อ่านกันละคิดตามดูให้ดี ไม่อยากให้ตีความหมายไปในทางอื่นที่ไม่ดีนะคับ ผมรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันล่อแหลมพูดอะไรไปนิดเดียวอาจจะมีการแปลความหมายกันผิดๆไปได้
ผมเองไม่ได้มีเจตนาประสงร้ายแต่อย่างใด เพียงแต่เป็นห่วงพวกเราทุกคนคับ
จาก ปืน คับ ผิดพลาดอะไรต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าด้วยนะคับ
7
« เมื่อ: กันยายน 24, 2009, 12:05:36 PM »
เอาอย่างนี้ละกันคับ เดี๋ยวจะไปกันใหญ่ละ ที่ผมเข้ามาแจ้งนี่คือบอกข่าวคราวให้พี่น้องทราบกันทั่วไปคับ
ถ้าใครสะดวกไม่มีปัญหาเรื่องเงินทอง ไม่มีปัญหาตรงจุดนี้ก็ไปจ่ายได้เลยคับ ไม่ว่ากัน
แต่ถ้าใครไม่สะดวก ก็เลยมีข่าวตรงนี้มาบอกเพราะว่า เรื่องที่คุยกันนี้ ที่เค้าจะยืดออกไป เพราะจะคุยกันเรื่องราคาประเมินซึ่งมันสูงเกินไป คับ อาจจะมีราคาประเมินใหม่ออกมาที่
ยุติธรรมมากกว่านี้(ย้ำนะคับไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องจ่ายนะคับ ต้องจ่ายแต่อาจจะจ่ายถูกกว่านี้) และสรรพสามิตก็ไม่มีสิทธิมายึดรถตามข้างทาง หรือที่บ้าน(ลูกค้านะคับ) ยกเอาไปเลย เผื่อใครเจอปัญหานี้นะคับ
ทางร้านอีกเรื่องนึง
ส่วนอีกเรื่องก็คือ สมอ. ซึ่งไม่มีทางจดกันได้เลย ให้เค้าหาทางแก้ไขตรงนี้คับ
ข้อมูลเพิ่มเติม(อ้างอิงนะคับ)
เพิ่มเติมครับ
สมาชิกท่านใด จะเข้าร่วมประชุมทีสำนักนายกรัฐมนตรี
รบกวนติดต่อ พี่บังด้วยนะครับที่เบอร์
08 1000 1498
หรือ สงสัยในรถของท่าน ทุกจังหวัด ทั่วประเทศนะครับ
บอก ได้เบอร์จาก คุณภัทราวุธ นะครับ ( แล้วแก .. จะเข้าใจครับ )
ทุกปัญหามีคำตอบ ที่นี่ครับ แล้วช่วงสิ้นปีนี้มีเฮ แน่นอนครับ
เพราะ ตอนนี้ข้อมูลจากพี่บัง แจ้งสำนักนายกฯ มีข้อมูลอันเชื่อได้ว่า
สมอ. ภายในมีเรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์แอบแฝงอยู่
โทรไปคุย กับพี่บังดีกว่าครับ ตัวเป็นๆๆ คนจริงครับ
นี่คือเหตุผลที่จิงๆที่ผมแจ้งข้อมูลให้ทราบ
สมาคมมอไซด์จังหวัดเชียงใหม่ CBA.
8
« เมื่อ: กันยายน 23, 2009, 11:21:15 AM »
ขอบคุนมากคับ ชาว 149
" สมาคมมอไซด์จังหวัดเชียงใหม่ CBA. "
9
« เมื่อ: กันยายน 23, 2009, 11:14:41 AM »
ท่านใดที่กำลังจะไปเสียยังไม่ต้องเสียคับ ...รอเรื่องก่อนตอนนี้เรื่องกำลังดำเนินการอยู่คับ
และจากกฏหมายที่เปิดอ่านจิงๆ เค้าบอกไว้ว่าทางสรรพสามิตที่จัดเก็บภาษีจะต้องจัดเก็บจากโรงงานประกอบเท่านั้น ไม่ใช่จัดเก็บจากผู้บริโภคคับ(เปิดอ่านได้ที่เว็บสรรพสมิตได้เลยคับ)
จิงๆแล้วไม่มีสิทธิมายกรถจากผู้บริโภคคับ (กรณีที่เราไม่ได้สั่งประกอบเองนะคับ คือไปซื้อตามหน้าร้านที่เค้าวางๆขายกัน)
เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กำลังอยู่ในเรื่องดำเนินการอยู่คับ ถ้ามีข่าวดีจะแจ้งให้ทราบตามมาคับ
10
« เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 11:24:38 PM »
ขอขอบคุน สมาคมมอเตอร์ไซด์สยาม โดยพี่บังมินได้ต่อสู้เพื่อพวกเราให้ผ่านวิกฤษเกี่ยวกับเรื่องสรรพสามิตร ยืดยาวไปจนถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2552 และอาจจะมีข่าวดีไปในทางที่ดีขึ้นตามมา
จากสมาคมมอเตอร์ไซด์จังหวัดเชียงใหม่ CBA.
11
« เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 11:23:00 PM »
ขอเชิญพี่น้องชาว Bikerทุกท่าน ร่วมงานแถลงข่าวและเปิดตัวสมาคมมอไซด์จังหวัดเชียงใหม่ CBA. ที่ โรงแรมอิมพีเรียนแม่ปิง ณ. วันที่ 11 ตุลาคม 2552 ตั้งแต่เวลา 16.00น.เป็นต้นไป
จาก สมาคมมอไซด์จังหวัดเชียงใหม่ CBA.
หน้า: [1]