A-C-01<br>Expired::
A-C-02<br>Expired::
A-C-03<br>Expired::
 
[Trip Reviews]
 
HDP ตะลุยยุโรป 2011 ตอนที่ 7
By Lee
DATE: 2011.10.18
VIEW: 2380
POST: 2
 



เข้าสู่วันที่ 7 ของทริปตะลุยยุโรป และเป็นวันสุดท้ายที่ได้ขี่รถในทวีปนี้ครับ


เข้าสู่วันที่ 7 ของทริปตะลุยยุโรป และเป็นวันสุดท้ายที่ได้ขี่รถในทวีปนี้ครับ วันนี้ออกเดินทางจาก Kaprun ใน Austria ขึ้นเหนือแล้วค่อยฉีกไปทางตะวันตก แวะทะเลสาบ Walchsee หลังจากนั้นสามกระเหรี่ยงก็ตัดสินใจท่องยุโรปโดยไม่พึ่งคุณไกด์ ขอลุยกันเองโดยการขี่ขึ้น Auto Bahn Austria ต่อยาวมาจนถึง Auto Bahn Germany

 



อากาศยามเช้าของวันที่ 20 พฤษภาคม แดดจ้า อากาศเริ่มอุ่นขึ้นอีก ตอนนี้ประมาณ 14 องศาครับ



วันสุดท้ายที่ได้ขี่รถแล้ว คงคิดถึงวิวสวย ๆ ของที่นี่ไปอีกนาน



มานั่งกินอาหารเช้าคนแรก เลยสั่งกาแฟมาเตรียมเอาไว้ทั้งเหยือก อยู่เมืองไทยไม่ค่อยได้กินกาแฟ แต่อยู่ที่นี่ได้กินทุกวัน



เสร็จจากอาหารเช้า ก็ได้เวลา Brief เส้นทางประจำวัน วันนี้ Marko เป็นคนขี่นำครับ ส่วนมือที่เห็นด้านข้างถือกล้อง VDO อยู่ ก็คือ ลุง Rick ที่พยายามจะกำกับหนังเรื่องนี้ให้จบอย่างสมบูรณ์แบบ เห็นบอกว่าจะส่งแผ่น DVD ที่ตัดต่อเรียบร้อยมาให้ด้วย เดี๋ยวเอามาให้ชมกันครับ



เช้านี้ David เหมือนจะยังไม่ยอมตื่น พี่ท่านเล่นนอนฟัง Brief เส้นทางเหมือนปลาพยูนเลยแฮะ



ออกเดินทางกลับเยอรมัน ทุ่งหญ้าช่วงนี้เป็นเขตปศุสัตว์ มีม้ายืนเล็มหญ้าอยู่ด้วยครับ



อีกด้านเป็นทุ่งเลี้ยงวัว เห็นแล้วชักเริ่มหิว!!



เช้าวันนี้ขี่ด้วยอุณหภูมิกำลังดีครับ ไม่หนาว ไม่ร้อน แต่แดดแรงจนหน้าเริ่มลอกเป็นขุย ถ้าไม่ได้ Sun Block ของพี่จุ๊บคงแย่แน่ ๆ



มุดเข้าอุโมงค์ มองทางไม่ค่อยเห็นเวลาใส่แว่นดำครับ



ขี่มาจนถึงวันนี้ ได้ระยะทาง 853 กิโลเมตร แล้วครับ จบทริปก็ครบระยะรันอินให้กับเจ้า Black Multi Strada พอดี ระหว่างทางช่วงเช้า เปิด GPS ดูเส้นทางไปด้วย สะดวกดีจริง ๆ



วิ่งออกจากอุโมงค์ ก็มาเจอแดดเปรี้ยงเหมือนเดิม



แดดแรง ๆ แล้วมองไม่ค่อยเห็นจอของเจ้า Zumo ครับ ต้องคอยเอามือบังแดดถึงจะเห็น



ทิวเขาด้านหน้าก็ยังคงเป็นเทือกเขา Alps เหมือนเดิม คิดดูว่าสมัยก่อน โรมันต้องยกทัพผ่านเทือกเขาเหล่านี้ขึ้นไปตีดินแดนทางเหนือ ช่างขยันหาเรื่องจริง ๆ



โรงไม้แถว ๆ นี้ตัดไม้ออกมาลำใหญ่ ๆ ทั้งนั้นเลยครับ



และเราก็ได้มาหยุดกันที่บึงเล็ก ๆ แห่งหนึ่งระหว่างเส้นทาง



เป็นการทดสอบศักยภาพของไกด์ทัวร์ของเรา เนื่องจากเส้นทางช่วงนี้มีการปิดถนนซ่อมทางอยู่หลายช่วง
เวลาเขาปิดถนนซ่อมทาง เขาไม่มีป้ายบอกว่าให้เลี่ยงไปเส้นไหนครับ แปลกดี

คนขับรถต้อง งม หาทางออกด้านข้างเอาเอง คราวนี้ Marko ก็เลยวิ่งตรงขึ้นไปก่อนเพื่อไปหาทางออก ส่วนลุง Arno กะลุง Rick ที่อยู่ด้านท้าย มองเห็นป้ายเล็ก ๆ ว่าเป็นทางลัด เลยเลี้ยวออกกันไป 2 คัน พอ Marko นำย้อนกลับทางเก่า ก็นับจำนวนแล้วรู้ว่าขาดไป 2 คัน เลยนำขบวนมาหยุดไว้ที่บึงนี้ พร้อมกับรีบบึ่งขึ้นหน้าไปตามคุณลุงทั้ง 2 ท่านครับ คนอื่น ๆ เขา งง กันใหญ่ ว่าให้หยุดอยู่ตรงนี้ทำไม แต่ 3 กะเหรี่ยงไม่สนใจ เพราะเป็นโอกาสดีที่จะได้เก็บภาพกันต่อ 



เริ่มรู้สึกร้อนแล้วครับ แดดมันแรงเหลือเกิน พอหยุดรถกลางแดดแล้วเริ่มรู้สึกว่าขี่อยู่แถว ๆ เมืองน่านมากกว่า



"Feel free and spoil yourself with... HD-Playground" สติ๊กเกอร์อันนี้ช่างเหมาะกับทริปโดดงานมาขี่รถเล่นจริง ๆ



อีกด้านกับ Bangkok Motorbike Festival ครั้งที่ 2 ใส่หมวก Jet แล้วสบายหัวจริง ๆ แต่เรื่องความปลอดภัยสู้พวก Full Face ไม่ได้เลย



ลุง Charles เริ่มถือกล้องบ้างแล้ว กลายเป็นโรคติดต่อกันทั้งคณะแล้วครับ... บ้าถ่ายรูป



เมื่อ Marko ไปตามปูชนียบุคคลทั้งสองท่านกลับมาได้เรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มออกเดินทางกันต่อครับ การเป็นผู้นำทริปได้ ต้องเป็นแบบนี้ครับ ขยันมองกระจกหลัง ชำนาญเส้นทาง ประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ผมให้เต็ม 10 เลยสำหรับ ไกด์ทัวร์ของ Edelweiss ทั้ง 2 ท่านนี้



วิ่งมาอีกซักพัก ก็มาถึงทะเลสาบ Walchsee



เป็นทะเลสาบที่สวยอีกแห่งหนึ่ง คล้าย ๆ กับเป็นที่พักริมทางซะมากกว่า



และก็เหมือนเดิม หยุดพักเป็นไม่ได้ ต้องกินขนมครับ วันนี้ได้กินขนมอะไรก็ไม่รู้ เดินไปชี้จากตู้โชว์ตอนไปเข้าห้องน้ำอร่อยมากครับ ผมว่าอร่อยกว่า Apple Strudel ซะอีก



ตอนแรกว่าจะขอแยกตัวขี่ไป Samnaun, Switzerland คนเดียว แต่พอดูแผนที่แล้ว ต้องวิ่งผ่าน Auto Bahn ไปอีก 200 กิโล แถมราคา Rolex ที่ตั้งใจจะซื้อ ก็ไม่ได้ถูกอย่างที่คิดครับ เลยเปลี่ยนใจ วิ่งกลับ Erding กันดีกว่า



David กางแผนที่บอกว่าจะแยกจากกรุ๊ปใหญ่ เลยขอเกาะชาวอเมริกัน กลับกันไปด้วยเลย



วิ่งออกมาได้ซักพัก เริ่มรู้สึกว่ามันขี่ช้าแฮะ ปกติ David จะขี่เร็ว แต่วันนี้ลุง Joe, ลุง Rick และลุง Arno ขี่กลับมาด้วยเลยแว๊นไม่ออก



แวะเติมน้ำมันกันก่อนครับ เพราะระยะทางกลับ Erding จากที่นี่ประมาณ 100 กว่ากิโล กลับไปไม่ถึง น้ำมันหมดในยุโรป คงเป็นประสบการณ์ที่แปลกพิลึก



ที่นี่ทุกอย่างบริการตัวเองทั้งหมด อยากจะเติมน้ำหม้อน้ำ, น้ำที่ปัดน้ำฝน, น้ำมัน จัดการเอาเองครับ



ปั๊มนี้เป็นปั๊มใหญ่ก่อนทางขึ้น Auto Bahn เท่าที่ขี่กันมาจะวิ่งแต่ถนนเส้นเล็ก ๆ พอมาเจอปั๊มใหญ่ ๆ เลยรอคิวกันยาว สู้เด็กปั๊มบ้านเราไม่ได้ เยอะขนาดไหนก็เอาอยู่




หลังจากประเมินแล้วว่า ขี่ตาม David กลับ Erding ก็อาจจะต้องง่วงนอนต่อไป เลยตัดสินใจกันว่า เราขี่ขึ้น Auto Bahn กลับกัน 3 คันดีกว่า แต่ว่า Auto Bahn ใน Austria จะต้องซื้อตั๋วก่อนขึ้นครับ ตั๋วที่ว่านี้หาซื้อได้ในปั๊มน้ำมันทั่วไปใกล้ ๆ Auto Bahn จริง ๆ แล้วเขาให้แปะแค่ใบบนใบเดียว ส่วนใบล่างเก็บไว้เป็นหลักฐาน ไม่รู้อ่ะ กันเหนียว แปะมันทั้งสองใบเนี้ยแหละ



แบบถูกสุด ราคา 4.5 Euro ต่อ 10 วัน สำหรับมอเตอร์ไซค์ ซื้อแล้วแปะไว้ด้านหน้ารถอย่างนี้ ส่วนจะมีตำรวจมาคอยตรวจหรือเปล่า อันนี้เสี่ยงดวงเอาเองสำหรับคนที่คิดจะลักไก่ แต่ถ้าถูกจับ ปรับ 500 Euro นะครับ เขาเล่าว่า... มีบางช่วงที่ถนนขึ้น Auto Bahn ของ Austria ห่างจาก Germany แค่ 500 เมตร เลยมีหลายคนลักไก่ไม่ซื้อตั๋ว ตำรวจ Austria ก็คล้ายกับตำรวจไทย เล่นดักจับกันตรงทางผ่านแถวนั้น ได้เงินเข้าหลวงเพียบ



ปั๊มแรก มีตั๋วอยู่แค่ใบเดียว เลยต้องตระเวณหาตั๋วอีก 2 ใบที่เหลือ เพราะกลัวโดนปรับ 1000 Euro ฉลองก่อนกลับบ้าน วิ่งไปปั๊มที่สองก็ไม่มี วิ่งมาปั๊มที่ 3 ดันวิ่งเลย ต้องไปวนกลับรถตั้งไกล พอเข้ามาถึงดันไม่มีอีก คนในปั๊มชี้ไปว่าให้กลับไปตรงที่กลับรถนั่นแหละ คราวนี้เลยให้พี่จุ๊บกับพี่เปรียวอยู่รอที่ปั๊มนี้ ไม่ต้องยกขบวนกันไปซื้อครับ


พอซื้อได้เรียบร้อย คราวนี้ก็ได้เวลาขี่ขึ้น Auto Bahn ซะที มาถึงนี่ ไม่ได้ลอง Auto Bahn เหมือนมาไม่ถึง



สำหรับ Auto Bahn ใน Austria จะจำกัดความเร็วเอาไว้ที่ 130 กิโลเมตร/ ชั่วโมง เท่านั้น รถแรงแค่ไหน ก็วิ่งได้เท่านี้ครับ



แต่พอเข้าเขต Germany ปุ๊ป ที่นี่ไม่มีการจำกัดความเร็ว มีเท่าไหร่ ใส่ได้เต็มที่ ตอนที่ถ่ายรูปนี้ ผมขี่อยู่ประมาณ160 ครับ หมวก Jet กับ Bubble Shield เริ่มเอาไม่อยู่แล้ว ทำท่าจะลอยหายอยู่แถวนั้น ก็เลยไปต่อไม่ไหว ระหว่างขี่ก็เสียวบั้นท้ายไปด้วย เพราะความเร็ว 160 กิโลเมตร/ ชั่วโมง นับว่าช้าสำหรับ Auto Bahn ในเยอรมัน มีรถหลายคันวิ่งแซงไปในเลนซ้าย คิดว่าความเร็วคงไม่ต่ำกว่า 220 กิโลเมตร/ ชั่วโมง เป็นการเดินทางที่ไม่สนุกเอาซะเลย ถ้าจะให้มันส์ ต้องใส่ชุดแข่งเต็มตัว ขี่ Hayabusa คราวนี้ได้กดกันถึง 300 แหง๋ ๆ 



วิ่งด้วยความระมัดระวังมาจนถึงเขตทางด่วนชนบท ถึง Erding โดยใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น



กลับมาถึง Erding ด้วยความปลอดภัย ว่าจะแวะไปเที่ยว HD of Munich ขากลับมาซะหน่อย แต่ Battery ของเจ้า Zumo ร้องเตือนเป็นระยะ ๆ หวุดหวิดจะหมดก่อนมาถึง ถ้าหมดกลางทางคงแย่ เพราะป้ายบอกทางของเยอรมันดูแล้วงงจริง ๆ



มื้อเที่ยงของวันนี้ ขี่เข้ามากินกันที่ตัวเมือง Erding ครับ นั่งอยู่ด้านนอกร้าน อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อย ๆ อุณหภูมิบ่ายนี้น่าจะ 24 องศา สั่งโค้กมาดับกระหาย พร้อมกับปลอบขวัญที่วิ่งฝ่า Auto Bahn มาได้โดยไม่โดนสอยไปกินระหว่างทาง

ร้านนี้เค้าให้มะนาวซีกใหญ่ ใส่ลงมาในแก้วด้วยครับ



กินแต่อาหารฝรั่งมาหลายวัน วันนี้ขอก๋วยเตี๋ยวผัดบ้างเหอะ รสชาติแปลกดีครับ พอข้ามกลับมาที่ Munich รสชาติอาหารก็เปลี่ยน อย่างจานนี้มีเนยขาว ๆ โปะลงมาด้านบนด้วย



ของพี่จุ๊บ สั่ง Hamburger ชิ้นใหญ่มากกกก ภาพถ่ายไม่ได้ปรับสีนะครับ แต่นั่งกันอยู่ในร่มสีเหลือง แดดแรงจนนั่งแล้วเริ่มเบลอกับแสงที่ออกมาเพี้ยน ๆ



กลับมาถึงห้องพักที่ Henry Hotel คราวนี้ได้ห้องใหญ่กับเขาบ้าง


มีทั้งโซฟา ทั้งโต๊ะทำงาน เยี่ยมไปเลย เพราะต้องแพ็คของเตรียมตัวกลับกันแล้ว



เริ่มต้นมื้อเย็นด้วย Erdinger Weissbier เมืองนี้ชื่อ Erding สันนิษฐานได้ว่าเป็นแหล่งกำเนิดของเบียร์ Erdinger ที่ขายอยู่ในบ้านเราครับ เพราะไปที่ไหนก็เห็นมีแต่เบียร์ยี่ห้อนี้ขายกันทั้งเมือง



Hans และ Marko ไกด์ทัวร์มือดีจาก Edelweiss กำลังกล่าวขอบคุณผู้เข้าร่วมทริปทุกท่าน ที่ร่วมกันเดินทางจนถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพ  ถามดูเขาบอกว่า Edelweiss มีไกด์ทัวร์แบบนี้อยู่กว่า 40 คนทั่วโลก สำหรับสองคนนี้ ก็ไม่เคยเจอกันมาก่อนครับ แต่มาตรฐานและรูปแบบการทำงานที่เป็นสากล พอจับคู่กันปุ๊ป ก็เข้าขากันดีมาก จนตอนแรกนึกว่าเป็นคู่หูทำทัวร์อยู่เขตนี้ซะอีก



ลุง Arno รับมอบเสื้อเป็นที่ระลึกในการร่วมทัวร์กับ Edelweiss เป็นทริปที่ 10 หรือยังไงเนี่ย เดี๋ยวต้องรอรูปจากพี่จุ๊บ ที่ถ่ายหลังเสื้อแบบชัด ๆ ครับ การจัดทัวร์ของที่นี่เขามีความยืดหยุ่นสูง อย่างลุง Arno เป็นชาวเยอรมันที่อยู่ทางตอนเหนือ พอเขาอยากร่วมทริปไหน เขาก็ขี่รถของเขามาเอง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องการเช่ารถ เหลือแค่ค่าที่พัก – อาหาร - ค่าจัดการเรื่องทัวร์ ดูแล้วน่าจะถูกกว่าพอสมควร แต่ไม่ได้ถามราคาเอาไว้ครับ



Hans มีการปล่อยมุกตลอด เรียกเสียงหัวเราะได้ตลอดทริปครับ อาชีพหลักของนายคนนี้คือ คุณครู ส่วนไกด์ทัวร์เป็นอาชีพเสริม เขาบอกว่า ได้ทำงานเสริมในสิ่งที่เขาชอบ ได้ขี่รถ ได้ออกทริป แถมยังได้เงินด้วย แล้วทำไมถึงจะไม่ทำละครับ



หลังจากทานอาหารเย็น ร่ำลากันเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาของจอมยุทธทั้งหลายที่ยังไม่เหนื่อย เลยนั่งดื่มกันต่อครับ นั่งคุยกันสนุกสนาน แถมได้แนวคิดดี ๆ จากผู้สูงวัย ทัวร์แบบนี้ก็สบายตัวดีครับ ไม่เร่ง ไม่เครียด แต่ไม่มีปลา



นั่งดื่มกันจนเกือบเที่ยงคืน ก็ได้เวลาร่ำลากันจริง ๆ ซักที กลุ่มของ David บินกลับตั้งแต่ 8 โมงเช้า บางคนก็อยู่เที่ยวเยอรมันต่อ อย่างลุง Mike กับป้า Linz อีก 3 วันถึงจะกลับ Alaska ส่วน 3 หนุ่มชาวไทย วางแผนไว้เรียบร้อยแล้วว่า พรุ่งนี้จะขี่รถไฟเข้าเมือง ไปเที่ยว HD of Munich กันครับ มาคราวนี้เดินทางครบทุกแบบ ตั้งแต่เครื่องบิน, รถไฟ, รถเก๋ง, รถทัวร์, รถบัส, เรือ และมอเตอร์ไซค์ เสียดายไม่ได้ปั่นจักรยานขึ้นภูเขา




เดี๋ยวมาดูชีวิตในยุโรปวันสุดท้าย กับร้าน HD ที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ของเยอรมันกันครับ
 

 

Share   Like 3
Comments  
Posted by nophellcat
Date: 2011.10.18
สุดยอดมากครับพี่ๆ