A-C-01<br>Expired::
A-C-02<br>Expired::
A-C-03<br>Expired::
 
[Riding & Technique]
 
How to Ride Your Motorcycle in the Rain
By HDP PR3
DATE: 2015.06.16
VIEW: 3074
POST: 0

 

 

 

 

3 เทคนิคขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจให้ปลอดภัยท่ามกลางสายฝน

หน้าฝนฤดูแห่งความชุ่มฉ่ำ... ช่วงเวลาที่ชาวสองล้อเบื่อหน่ายได้มาถึงแล้ว และสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างแย่สำหรับช่วงเวลานี้คือฝนและอากาศที่แปรปรวนในหลาย ๆ พื้นที่ ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่คุณจะไม่โดนฝน ไม่ว่าคุณจะใช้เวลาเพียงชั่วโมงหรือสองชั่วโมงออกไปท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์หรือควบสองล้อไปทำธุระเพียงไม่กี่นาที คุณก็ไม่สามารถวางใจนักพยากรณ์อากาศได้เลย คุณไม่มีวันรู้ได้ว่าฝนจะลงเม็ดเมื่อไรหรือคุณจะเปียกปอนจากฝนตอนไหน

แม้บางคนชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ท่ามกลางสายฝน แต่ส่วนมากไม่ชื่นชอบสักเท่าไรและก็แนะนำว่าไม่ควรทำแบบนั้นด้วยเช่นกัน ไม่ว่าคุณจะชอบหรือไม่ชอบการขี่รถใต้สายฝน สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรจะเพิกเฉยคือทักษะการขับขี่บนสภาพภูมิอากาศแบบนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้นที่ผมได้กล่าวไว้คือคุณแทบจะไม่รู้ได้เลยว่าจะโดนฝนตอนไหน การรับมือก็แทบจะไม่แตกต่างจากตอนที่ไม่ได้เจอฝนเลย แต่ถ้าคุณมีทักษะและระมัดระวังให้รอบคอบ ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้ด้วยดี   

 

 

 

 

 

  

Cover Up & Stay Visible

สิ่งแรกที่ต้องทำคือคุณต้องทำให้ตัวคุณแห้งขณะขี่รถท่ามกลางสายฝนให้ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากอยู่พอสมควร อย่างไรก็ตามเราก็มีชุดสูทป้องกันฝนที่ผ่านการทดสอบภายใต้สภาพอากาศแบบฝนตกหนักมาแล้ว และคงไม่มีใครอยากอยู่ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนในช่วงที่ต้องเดินทางด้วยสองล้ออย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นหากคุณมีแผนเดินทางไกลจึงควรหาชุดดังกล่าวมาไว้ใช้สักตัวถึงแม้ราคามันจะแพงขนาดไหนก็ตาม นอกจากนี้หมวกกันน็อกแบบเต็มไปก็มีความจำเป็นยิ่งเนื่องจากมันจะช่วยรับแรงกระแทกของเม็ดฝนทำให้ละอองแตกกระจาย ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์การขับขี่ที่ดีของคุณ วิสัยทัศน์เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากสำหรับการขับขี่บนท้องถนนขณะฝนตก จะเป็นผลดีอย่างมากถ้าชุดสูทป้องกันฝนของคุณเป็นสีสว่างสะท้อนแสงตัดกับสีสภาพแวดล้อมมืดครึ้มจากฝน เพราะถ้าสีชุดกลืนกับสีสภาพอากาศตอนนั้นจะทำให้รถคันอื่นมองคุณไม่เห็น เป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุได้

 

 

 

 

 

Stay Calm

ไม่ว่าสภาพอากาศบนท้องถนนจะเป็นอย่างไร ฝนจะตกหรือไม่ตก ถนนจะเปียกหรือไม่ ขณะคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์สิ่งหนึ่งที่สำคัญยิ่งคือสติ คุณต้องไม่กดดันตัวเอง ปล่อยใจให้ผ่อนคลาย นั่งอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ผ่อนคลายข้อมือ จัดระเบียบข้อศอก หัวไหล่และคอให้พร้อมขยับเปลี่ยนท่าทางไปรอบ ๆ ได้ตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้สำคัญเฉพาะสภาพอากาศที่มีฝนตกถนนเปียกเท่านั้นแต่ยังสำคัญต่อสภาพอากาศปกติพื้นผิวถนนแห้งอีกด้วย แต่จะจำเป็นต่อสภาพอากาศแบบมีฝนตกมากกว่า ถ้าคุณไม่ต้องการขี่ด้วยความเร็วต่ำและในขณะเดียวกันกับสภาพพื้นถนนเปียกที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้าโค้งนั้น คุณยิ่งต้องใส่ใจกับเส้นจราจรบนถนน ฝาท่อระบายน้ำ รางรถไฟ หรืออุปสรรคอื่น ๆ ที่เป็นเหตุทำให้คุณต้องใช้เบรก ผ่อนคลาย สร้างสมดุลผ่อนคันเร่งแล้วจึงค่อย ๆ เบรก พยายามระแวดระวังทุก ๆ สิ่งก่อนเปิดคันเร่งทุกครั้ง ยิ่งคุณมีโอกาสขับขี่ขณะฝนตกมากขนาดไหน ความมั่นใจและความชำนาญก็จะมากขึ้นเท่านั้น

 

 

 

 

 

Braking

ในถนนที่เปียกลื่นประสิทธิภาพการเบรกอาจไม่ค่อยดีเท่าใดนัก ดังนั้นการคำนวณระยะเบรกจึงมีความสำคัญยิ่งในช่วงที่ฝนตก ใช้ความเร็วให้พอเหมาะเพื่อเตรียมพร้อมลดความเร็วหากต้องเผชิญหน้ากับถนนที่เปียก ใช้ความเร็วที่คุณมั่นใจว่าสามารถหยุดรถได้ทันเวลาและคำนึงไว้ว่าต้องเผื่อระยะเบรกให้มากกว่าปกติอยู่เสมอ อย่าใช้เบรกหน้าในอัตราที่มากจนเกินไปขณะถนนเปียก ในทางตรงกันข้ามถ้าคุณใช้เบรกหลังหนักจนล้อลื่นไถลคุณยังสามารถทรงตัวได้ แต่ถ้าล้อหน้าคุณลื่นเมื่อไร เตรียมตัวรับปัญหาอันใหญ่หลวงรอได้เลย ใช้อัตราส่วนการเบรกที่พอดีคือเบรกท้ายลงแรง 60%และเบรกหน้า 40%คุณต้องมีสติและอย่าตื่นตระหนกตกใจจนทำให้ใช้เบรกเกินอัตราส่วนที่ปลอดภัยต่อทั้งตัวรถและตัวคุณ

 

โดยสรุป วิธีการขับขี่รถขณะฝนตกถนนเปียกชื้นที่ดีที่สุดคือใช้ประสบการณ์ของคุณให้เป็นประโยชน์ ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไร ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น ในครั้งต่อไปหากมีฝนตกปรอย ๆ ลองหาโอกาสขี่รถออกไปสัมผัสเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดูสักครั้ง รับรองได้เลยว่าครั้งหน้าคุณจะเป็นปรมาจารย์ของการขี่รถท่ามกลางสายฝนอย่างแน่นอน

 

 

 

--------------------
เรียบเรียงโดย... HD-Playground
ที่มา... motorcycle-central.com

Share   Like
Comments