A-C-01<br>Expired::
A-C-02<br>Expired::
A-C-03<br>Expired::
 
[Riding & Technique]
 
สงกรานต์กับการขี่มอเตอร์ไซค์...
By HDP PR
DATE: 2014.04.11
VIEW: 2138
POST: 0

 

สงกรานต์กับการขี่มอเตอร์ไซค์...
TEXT: BIKER EYES VIEW

 

 

1 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เทศกาลสงกรานต์วนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายความว่า เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่อุณหภูมิ ร้อนที่สุดในรอบปี! จริง ๆ แล้วบ้านเราก็ร้อนทั้งปี จะมีก็แต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงต้นปีนี้ที่พอจะมีลมหนาวให้ได้ขี่รถเล่นอย่างเต็มอิ่มบ้าง... บ้านเรามี 3 ฤดู คือ ร้อน ฝน หนาว แต่หลัง ๆ ฝนก็ตกมั่วไปหมด อากาศก็หนาวแป๊บเดียว อดคิดไม่ได้เลยว่า ฤดูในบ้านเราน่าจะเรียกว่า หน้าร้อน หน้าร้อนมาก และหน้าร้อน... อิ๊บอ๋าย 555+

บ่นมากไปแล้ว มาเข้าเรื่องกันดีกว่า... อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลสงกรานต์แล้ว ช่วงนี้ก็เป็นช่วงหยุดยาว และประเพณีอันดีงามของบ้านเราก็คือการกลับไปรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นวันครอบครัว ดังนั้น ช่วงเทศกาลสงกรานต์จึงเป็นช่วงที่รถหนาแน่นเป็นพิเศษ ซึ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่กันมากสักหน่อย และเมื่อพูดถึง “สงกรานต์” ก็เป็นธรรมดาของบ้านเราที่จะต้องมีการเล่นน้ำ ส่วนบางคนก็อาจจะชอบอยู่บ้านเฉย ๆ เพราะไม่ชอบเล่นน้ำ แต่บางคนถึงไม่ชอบเล่นแต่ก็ต้องเล่น เพราะลูกหลานอยากเล่นก็ต้องพาไป ผลสุดท้ายก็เลยต้องเล่นด้วยกันนั่นละครับ 555+

สำหรับพวกเราชาวมอเตอร์ไซค์ ส่วนหนึ่งก็อาศัยช่วงเวลาหยุดยาวนี้ออกทริปบ้าง หรือแม้กระทั่งขี่มอเตอร์ไซค์สุดรักไปเล่นสงกรานต์มันซะเลย แต่อย่างหลังไม่ค่อยสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะคุณจะเจอสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งก็คือ “แป้ง” น้ำยังไม่เท่าไหร่ แต่แป้งนี่สิ พอโดนเข้าไปไม่ว่าจะโดนสาดผสมน้ำ หยด หรือป้ายมาโดน ซึ่งถ้าติดแค่ถังน้ำมันหรือบังโคลนก็ยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ากระเด็นไปติดอยู่ตามซอกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นครีบเครื่อง ประกับแฮนด์ แผงสวิทช์ หนักหน่อยก็รถที่เปลือย ๆ อาจไปติดกับขั้วสายไฟต่าง ๆ ยากที่จะทำการล้างออกได้หมดเกลี้ยง ทีนี้พอล้างออกไม่หมด พอมันแห้ง ๆ ก็เป็นแค่แป้งธรรมดา แต่พอหลังจากนั้นหากโดนน้ำอีกก็กลายเป็นโคลนแป้ง ซึ่งแป้งก็มีคุณสมบัติพิเศษ คือ อุ้มน้ำ ซับน้ำได้ดี แต่ซับแล้วก็ระเหย ได้ช้ากว่าน้ำเปล่า ๆ ทำให้ส่วนที่มีแป้งติดจะแห้งช้ากว่าส่วนอื่น ปัญหาที่ตามมาก็คือ เกิดสนิมง่ายกว่าเดิม  น้ำตาแทบร่วงเมื่อเห็นรถสุดรักเป็นสนิม แต่คงยกเว้นพี่ ๆ แนว Rat นะครับ แกชอบ (ฮ่า ๆ)

 

 

 

  
 
 

ก็สุดแล้วแต่ความพอใจเฉพาะตัวว่าจะขี่รถสุดรักไปเล่นสงกรานต์หรือไม่ แต่ไม่ว่าจะขี่รถไปเล่นอย่างตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ คือ อาจจะออกทริปแล้วผ่านคนที่เล่นสงกรานต์อยู่ก็ตาม สิ่งที่น่าห่วงมากกว่าสนิมคือเรื่องของ “ความปลอดภัยในการขับขี่และเรื่องปัญหาของเครื่องยนต์” คำถามคือ เราจะมีการป้องกันอย่างไรกันดี?

มาพูดถึงอย่างแรกก่อนเลย... เรื่องตัวรถและเครื่องยนต์ สำหรับรถสต็อกก็คงไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ เพราะระบบป้องกันจากโรงงานก็เพียงพอที่จะป้องกันน้ำไม่ให้ไปโดนส่วนสำคัญเกี่ยวกับระบบไฟ, หัวฉีด, คาร์บูเรเตอร์, แบตเตอรี่ ฯลฯ ที่เป็นส่วนที่ไม่ควรโดนน้ำ แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือรถที่แต่งมา ไม่ว่าจะแต่งมากแต่งน้อย ตัดหั่นเต็ม ๆ หรือเปลี่ยนถังน้ำมันให้เล็กลง หรือยกถังสูงขึ้น เปลือยแฟริ่งออก เปลี่ยนกรองอากาศเป็นกรองเปลือย หรือเปลี่ยนท่อแต่ง ซึ่งอาจได้รับผลกระทบมากหน่อย

อย่างแรกที่รับผลกระทบก่อนเพื่อน คือ “กรองอากาศ” สำหรับท่านที่เปลี่ยนกรองอากาศแต่งแบบเปลือยโชว์ไส้กรองมาเนี่ย โดยปกติ หน้าที่ของกรองอากาศชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ากรองอากาศไม่ได้กรองน้ำ คือ กรองเม็ดฝุ่นที่มากับอากาศ อาจช่วยกันน้ำกับความชื้นได้นิดหน่อย  ฝนตกไม่หนักก็พอกันได้บ้าง แต่ไม่ใช่น้ำที่สาดมาเต็ม ๆ แบบสงกรานต์ โดยปกติแล้วชั้นนอกจะมีตัวฝาครอบกันไว้ชั้นหนึ่ง แต่เมื่อเราไปเปลี่ยนเป็นกรองเปลือย ฝาครอบกันชั้นแรกก็หายไป ถ้าโดนสาดมาเต็ม ๆ ก็มีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปเปียกกรองเต็ม ๆ ยิ่งเป็นน้ำที่ผสมแป้งแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่ เบา ๆ หน่อยก็แค่ตด ปั๊ง ๆ สำลัก กระตุก แต่ถ้าหนักหน่อย อาจน็อกไปเลย ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ควรเปลี่ยนกลับมาใส่กรองเดิมถ้าจะไปเล่นน้ำสงกรานต์ หรือถ้ากรองเดิมไม่อยู่แล้ว ง่ายที่สุดก็ “ถุงพลาสติก” ครับ ครอบเสร็จเจาะรูพรุน ๆ ไว้ด้านล่างก็พอประทังไปได้ แม้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็พอแก้ขัด

 

 

 

 

 

อีกชิ้นหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ “ท่อ” ถ้าท่อแต่งธรรมดาก็ไม่มีผลกระทบมากนัก ปัญหาจะเกิดกับท่อที่มีปลายท่อแหงนขึ้นบน ปัญหาคือเมื่อโดนน้ำสาดมาเข้าท่อ ถ้าเป็นตอนจอดก็ไม่เป็นไร เรายังหาถุงคลุมเอาได้ หรือขี่ก็ไม่เป็นไร มันก็ดันออก แต่ถ้าเป็นตอนจอดติดเครื่องด้วย แล้วรถติด ๆ ไม่ขยับ โชคดีน้ำสาดมาเข้าพอดีก็จะเกิดปัญหา คือการพ่นน้ำผสมเขม่าไปใส่คนข้างหลังหรือรถด้านหลัง อาจจะไม่มีปัญหากับรถแต่มีปัญหากับคนแทนแล้ว อันนี้ต้องระวังครับ! ทางที่ดีเปลี่ยนท่อก่อนสถานเดียว

ที่กล่าวมาสองส่วนมานี้ เป็นสองส่วนสำคัญที่อยู่ด้านนอก ส่วนชิ้นส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านในก็อาจไม่ได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตาม หากคุณขี่ไปเล่นน้ำแล้ว กลับมาอันดับแรกที่ต้องทำคือล้างรถทันที ให้สะอาดเอี่ยม และอย่าลืมเอาน้ำมันไล่ความชื้นฉีดตามซอกหลืบ จุดที่แห้งช้ากว่าจุดอื่น ฉีดน้ำยาทำความสะอาดหน้าคอนแทคเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า หากกรณีที่โดนน้ำสาดไปถึง สุดท้ายก็น้ำยาเคลือบหนังหรือชโลมดูแลรักษาหนังเบาะ

ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวรถและข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สำคัญที่สุด ในการขี่รถช่วงสงกรานต์ ก็คือ เรื่องความปลอดภัย การขี่รถมอเตอร์ไซค์ท่ามกลางเทศกาลสงกรานต์นั้น สิ่งที่คุณต้องเจอแน่ ๆ คือ พื้นถนนที่ลื่นจากน้ำและน้ำผสมแป้ง ยิ่งทำให้ลื่นเข้าไปอีก นอกจากถนนก็ลื่นพออยู่แล้ว ขี่ ๆ มาดี ๆ เจอน้ำสาดแรง ๆ เข้าไป ความแรงของน้ำก็ขึ้นอยู่กับความเร็วรถของคุณมาเร็วก็เจ็บหน่อย นอกจากเจ็บแล้ว บางคนถึงขั้นเสียหลักล้มเลยก็มีให้เห็นบ่อย ๆ วิธีแก้คือ สำหรับคนที่ตั้งใจขี่รถไปเล่นน้ำอยู่แล้วนั้นไม่ยากครับ แค่ขี่ช้า ๆ ผ่านจุดไหนที่เล่นอย่าขี่ผ่านครับ ชะลอความเร็วขี่เข้าไปจอดให้เขาสาดน้ำเลย ปล่อยให้เขาสาดน้ำปะแป้งให้สาแกใจจนเขาเบื่อ แล้วค่อยขี่รถออกมา อย่างนี้ปลอดภัยไม่ล้มแน่ แต่ปัญหาอย่างอื่นก็ไม่รู้สินะ อาจเจอปัญหาสาว ๆ ลวนลามซึ่งอันนี้ก็ต้องทำใจ (ฮ่า ๆ)

 

 

 

 

 

 

ทีนี้สำหรับคนที่ไม่ได้ขี่ไปเล่นน้ำ ไม่ว่าจะขี่ออกทริปหรือขี่กลับบ้านที่ต่างจังหวัดก็ตาม จำเป็นต้องขี่ผ่าน จะที่เขาเล่นสงกรานต์อยู่หล่ะ ทำอย่างไร? วิธีแก้คือ... ทำใจครับ ล้อเล่นนะครับ (ฮ่า ๆ) โดยประสบการณ์ที่เคยขี่ไปออกทริปต่างจังหวัดช่วงสงกรานต์ เคยถูกสาดน้ำเสียหลักนิดหน่อยก็มี มาเร็วบวกกับรถหน้าจอดกระทันหันเพื่อสาดน้ำก็มี เด็กวิ่งออกมาสาดน้ำก็มี ทำเอาเบรกซะตูดปัดอยู่หลายที

วิธีแก้เบสิกที่ทุกท่านคงทราบกันดีอยู่แล้วคือ ขี่ช้า ๆ ชะลอเมื่อเห็นจุดที่เขาสาดน้ำ เพราะไม่รู้ว่าจะมีใครวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาหรือเปล่า บวกกับถ้าโดนน้ำจะได้ไม่เจ็บ อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยไม่ให้โดนสาดน้ำได้คือ ชุดที่สวมใส่ บางคนชอบใส่แค่เสื้อยืด เสื้อลายสก็อตทับ ซึ่งมันทำให้ดูเหมือนชุดลำลองธรรมดาที่เหมือนพร้อมเปียกมาก ยิ่งใส่เสื้อลายดอกเข้ากับเทศกาลแล้วยิ่งล่อเป้าใหญ่เลย แต่หากคนที่ใส่แต่เสื้อลายสก็อตขี่มาตลอด ลองเปลี่ยนเป็นชุดแบบเต็มยศ คือ เสื้อหนัง หรือเสื้อที่เป็นแจ็คเก็ตสำหรับขี่รถที่ชัดเจนก็จะช่วยได้ส่วนหนึ่งนะครับ นอกจากช่วยลดการเสียดสีกับพื้นถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุเพราะถนนที่ลื่นซึ่งเพิ่มโอกาสกลิ้งมากกว่าช่วงเวลาปกติแล้ว จำนวนคนสาดจะน้อยลงด้วย เพราะส่วนใหญ่จะรับรู้ได้ว่าเราไม่ได้เล่นน้ำ จะมีลูกหลงบ้างก็คือพวกเด็ก ๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ก็ต้องทำใจ ลองดูครับช่วยได้เยอะเลย

นอกจากการใส่ชุดให้ชัดเจนแล้ว การขี่หลาย ๆ คน ก็ช่วยได้เยอะอีกเช่นกัน ด้วยเสียงรวม ๆ กันมาแต่ไกล ทำให้คนได้ยินก่อนล่วงหน้า แล้วที่สำคัญคนที่ขี่นำจะต้องทำหน้าที่ให้สัญญาณกับจุดที่สาดน้ำข้างหน้า ง่าย ๆ ครับ แค่โบกมือว่าไม่เล่น การโบกมือนี่สำคัญครับ โบกมือนี่คือยกมือเฉย ๆ ไปข้างหน้า เป็นลักษณะทำมือว่าไม่ แบบทำมือห้ามนะครับ ไม่งั้นคุณก็ไม่รอด ถ้าโบกแกว่งสะบัดข้อมือเฉย ๆ นี่บางทีเคขานึกว่า บ๊าย บายยยย เล่นด้วย สาดซะเลย (ฮ่า ๆ)

 

 

 

 

 

สุดท้ายนี้ อย่างที่กล่าวมาในข้างต้นคือ ถ้าไปเล่นน้ำสงกรานต์กันจะให้ดี ใช้รถยนต์หรือรถโดยสารอื่นดีกว่า แต่หากเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ สิ่งที่กล่าวมาเป็นเพียงข้อแนะนำเบื้องต้นที่หลายท่านอาจทราบหรือทำกันอยู่แล้ว บทความนี้ ก็เพียงแต่ช่วยย้ำเตือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ให้ระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น ทั้งรถและตัวเรา เพราะอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์จะมากกว่าช่วงเวลาปกติ นอกจากขี่รถต้องมองทางแล้วยังต้องเพิ่มความระมัดระวังกว่าเดิม ทั้งเด็กเล่นน้ำ คนเมา ถนนที่ลื่น อย่างไรก็ตาม มอเตอร์ไซค์ก็ยังครองแชมป์อันดับหนึ่งเรื่องอุบัติเหตุ จากเทศกาลรื่นเริงจะกลางเป็นเศร้าไป ยังไงก็ขอให้ทุกท่านขับขี่ด้วยความไม่ประมาท เมาไม่ขับ มีสติทุกเวลาที่อยู่บนท้องถนน และขอให้ทุก ๆ ท่านขับขี่ปลอดภัยมีความสุขกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ครับ

 

 


Share   Like
Comments